ถ้าคุณเพิ่งเปิดบัญชีเทรด Forex แล้วสังเกตว่าทันทีที่กดเปิดออเดอร์ ยอดกำไรขาดทุนกลับติดลบตั้งแต่วินาทีแรก ทั้งที่ราคายังไม่ทันขยับไปไหน สิ่งที่คุณเห็นคือผลของ สเปรด (Spread) ซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่ทุกคนต้องจ่ายในทุกครั้งที่เข้าเทรด
บทความนี้จะอธิบายว่าสเปรดคืออะไร คิดคำนวณอย่างไร ทำไมบางช่วงถึงกว้างผิดปกติ และมีวิธีใดบ้างที่ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนส่วนนี้
Spread คืออะไร
สเปรด คือ ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (Bid) กับราคาเสนอขาย (Ask) ของสินทรัพย์หนึ่งๆ ในตลาด Forex ราคาทั้งสองนี้จะแสดงคู่กันเสมอบนแพลตฟอร์มเทรด
- Bid — ราคาที่คุณจะได้รับหากต้องการ “ขาย” คู่เงินนั้น
- Ask — ราคาที่คุณต้องจ่ายหากต้องการ “ซื้อ” คู่เงินนั้น
ราคา Ask จะสูงกว่าราคา Bid เสมอ และส่วนต่างนั้นคือรายได้ของโบรกเกอร์ผู้ให้บริการ พูดง่ายๆ คือสเปรดทำหน้าที่เหมือนค่าธรรมเนียมแฝงที่หักไปตั้งแต่วินาทีที่คุณเปิดออเดอร์
ตัวอย่างการอ่านค่าสเปรด
สมมติคู่เงิน EUR/USD แสดงราคาดังนี้
| รายการ | ราคา | ความหมาย |
|---|---|---|
| Bid | 1.08520 | ราคาที่คุณขายได้ |
| Ask | 1.08535 | ราคาที่คุณซื้อได้ |
| สเปรด | 0.00015 | เท่ากับ 1.5 pip |
หน่วยที่ใช้วัดสเปรดคือ pip ซึ่งเป็นหน่วยการเคลื่อนไหวที่เล็กที่สุดของราคา สำหรับคู่เงินทั่วไปที่มีทศนิยม 5 ตำแหน่ง 1 pip เท่ากับตำแหน่งทศนิยมที่ 4 ส่วนคู่เงินที่มีเยนญี่ปุ่น (เช่น USD/JPY) 1 pip จะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 ดังนั้นการเคลื่อนไหวจาก 1.08520 ไปเป็น 1.08535 จึงเท่ากับ 1.5 pip
สเปรดมีกี่ประเภท
1. สเปรดคงที่ (Fixed Spread)
โบรกเกอร์กำหนดค่าสเปรดไว้ตายตัว ไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด เช่น EUR/USD อยู่ที่ 2 pip ตลอดเวลา ข้อดีคือคำนวณต้นทุนล่วงหน้าได้แน่นอน เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการความชัดเจน แต่โดยทั่วไปจะตั้งไว้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสเปรดผันแปรในภาวะตลาดปกติ
2. สเปรดผันแปร (Variable / Floating Spread)
ค่าสเปรดขยับขึ้นลงตามสภาพคล่องจริงในตลาด ช่วงที่ตลาดคึกคักและมีผู้ซื้อขายจำนวนมาก สเปรดอาจแคบเหลือเพียง 0.1-0.5 pip แต่ในช่วงข่าวแรงหรือตลาดเงียบ อาจกว้างขึ้นเป็นหลายสิบ pip ได้ ประเภทนี้เป็นรูปแบบที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้กัน
อะไรทำให้สเปรดกว้างขึ้น
การเข้าใจจังหวะที่สเปรดกว้างจะช่วยให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรดในเวลาที่ต้นทุนสูงเกินจำเป็น ปัจจัยหลักมีดังนี้
- ช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ — ตัวเลขอย่าง Non-Farm Payrolls หรือการประชุมธนาคารกลาง ทำให้สภาพคล่องหายไปชั่วขณะ สเปรดจึงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถติดตามกำหนดการล่วงหน้าได้จาก วิธีใช้ปฏิทิน Forex
- ช่วงคาบเกี่ยวการเปิดปิดตลาด — โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างตลาดนิวยอร์กปิดและตลาดเอเชียเปิด ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้เล่นในตลาดน้อยที่สุด
- คู่เงินที่มีสภาพคล่องต่ำ — คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD มักมีสเปรดแคบที่สุด ขณะที่คู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) จะกว้างกว่าหลายเท่าตัว
- วันหยุดยาวและช่วงสิ้นสัปดาห์ — ปริมาณการซื้อขายเบาบางลงอย่างชัดเจน
สเปรดกระทบต้นทุนการเทรดอย่างไร
วิธีคำนวณมูลค่าสเปรดเป็นตัวเงินใช้สูตรง่ายๆ คือ
ต้นทุนสเปรด = ค่าสเปรด (pip) × มูลค่าต่อ pip × จำนวน Lot
สำหรับคู่เงินที่จบด้วย USD การเทรดขนาด 1 Standard Lot (100,000 หน่วย) จะมีมูลค่าประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 pip ดังนั้น
| ขนาดออเดอร์ | มูลค่าต่อ pip | ต้นทุนเมื่อสเปรด 1.5 pip |
|---|---|---|
| 0.01 Lot (Micro) | 0.10 ดอลลาร์ | 0.15 ดอลลาร์ |
| 0.10 Lot (Mini) | 1 ดอลลาร์ | 1.50 ดอลลาร์ |
| 1.00 Lot (Standard) | 10 ดอลลาร์ | 15 ดอลลาร์ |
ตัวเลขข้างต้นคือต้นทุนที่เกิดขึ้น ทันทีที่เปิดออเดอร์ หมายความว่าราคาต้องวิ่งไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์อย่างน้อย 1.5 pip ก่อน สถานะจึงจะเริ่มกลับมาเสมอตัว รายละเอียดเรื่องขนาดออเดอร์อ่านเพิ่มได้ที่ Lot คืออะไร
จุดที่หลายคนมองข้ามคือ ผลสะสม หากเทรด 1 Standard Lot วันละ 5 ครั้ง ด้วยสเปรด 1.5 pip เท่ากับจ่ายต้นทุนราว 75 ดอลลาร์ต่อวัน หรือประมาณ 1,500 ดอลลาร์ต่อเดือนหากเทรด 20 วันทำการ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ส่งผลต่อผลลัพธ์โดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
สเปรดสำคัญกับกลยุทธ์ไหนมากที่สุด
ยิ่งถือออเดอร์สั้น สเปรดยิ่งมีน้ำหนักต่อผลลัพธ์มาก เพราะเป็นต้นทุนคงที่ที่ต้องจ่ายทุกครั้งไม่ว่าจะถือนานแค่ไหน
| รูปแบบการเทรด | เป้าหมายกำไรต่อไม้ | สัดส่วนที่สเปรดกิน |
|---|---|---|
| Scalping | 5-10 pip | สูงมาก (15-30%) |
| Day Trading | 20-50 pip | ปานกลาง (3-7%) |
| Swing Trading | 100 pip ขึ้นไป | ต่ำ (ต่ำกว่า 2%) |
จะเห็นว่าผู้ที่ใช้กลยุทธ์ scalping ต้องให้ความสำคัญกับสเปรดเป็นพิเศษ เพราะต้นทุนส่วนนี้อาจกินกำไรไปเกือบหนึ่งในสามของเป้าหมายแต่ละไม้
วิธีลดผลกระทบจากสเปรด
- เลือกเทรดในช่วงที่สภาพคล่องสูง — ช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกันมักมีสเปรดแคบที่สุดของวัน
- หลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ระหว่างประกาศข่าวแรง — นอกจากสเปรดกว้างแล้ว ยังมีความเสี่ยงเรื่อง Slippage ที่ราคาจริงต่างจากราคาที่สั่งไว้
- เน้นคู่เงินหลัก — EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD มีสภาพคล่องสูงและสเปรดแคบกว่าคู่เงินรอง
- เปรียบเทียบประเภทบัญชีก่อนเปิด — บัญชีบางประเภทให้สเปรดต่ำแต่คิดค่าคอมมิชชั่นแยก ต้องคำนวณต้นทุนรวมทั้งสองส่วน ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขสเปรดอย่างเดียว ดูตัวอย่างการเปรียบเทียบได้ที่ บัญชีเทรดค่าสเปรดต่ำ
- ปรับเป้าหมายกำไรให้สมเหตุสมผลกับต้นทุน — หากสเปรดอยู่ที่ 2 pip การตั้งเป้าเพียง 5 pip ต่อไม้ย่อมมีโอกาสสำเร็จน้อยกว่าการตั้งเป้าที่กว้างขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
สเปรดกับค่าคอมมิชชั่นต่างกันอย่างไร
สเปรดคือส่วนต่างราคาที่ถูกหักโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดออเดอร์ ส่วนค่าคอมมิชชั่นคือค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บแยกต่างหากตามปริมาณการเทรด บัญชีที่โฆษณาว่าสเปรดเริ่มต้น 0 pip มักคิดค่าคอมมิชชั่นทดแทน จึงควรเปรียบเทียบต้นทุนรวมเสมอ
ทำไมเปิดออเดอร์แล้วติดลบทันที
เป็นเรื่องปกติของกลไกตลาด เพราะคุณซื้อที่ราคา Ask แต่ระบบคำนวณกำไรขาดทุนจากราคา Bid ผลต่างที่เห็นคือค่าสเปรดนั่นเอง ไม่ใช่ความผิดพลาดของแพลตฟอร์ม
สเปรดเท่าไหร่ถึงเรียกว่าเหมาะสม
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับคู่เงินและประเภทบัญชี โดยทั่วไป EUR/USD ในภาวะตลาดปกติมักอยู่ในช่วง 0.5-2 pip หากพบว่ากว้างกว่านี้อย่างต่อเนื่องในเวลาปกติ ควรเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่นก่อนตัดสินใจ
สเปรดเกี่ยวข้องกับ Leverage หรือไม่
ไม่เกี่ยวโดยตรง สเปรดคำนวณจากขนาดออเดอร์ (Lot) ไม่ใช่จากอัตราทด แต่เนื่องจาก Leverage ทำให้เปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ขึ้นได้ด้วยเงินทุนเท่าเดิม ต้นทุนสเปรดที่เป็นตัวเงินจึงสูงตามไปด้วย รายละเอียดอ่านได้ที่ Leverage คือ
สรุป
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคา Bid กับ Ask และเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ ค่าสเปรดเปลี่ยนแปลงตามสภาพคล่อง ช่วงเวลา และประเภทคู่เงิน ยิ่งใช้กลยุทธ์ระยะสั้นมากเท่าไร ต้นทุนส่วนนี้ยิ่งมีน้ำหนักต่อผลลัพธ์มากขึ้นเท่านั้น
การเข้าใจโครงสร้างต้นทุนอย่างถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนการเทรด ควรศึกษาควบคู่กับเรื่อง Money Management เพื่อให้เห็นภาพรวมของการบริหารความเสี่ยงทั้งระบบ สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านคำนิยามเชิงวิชาการเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้จาก บทความเรื่อง Spread ของ Investopedia
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex และตราสารที่มีอัตราทดมีความเสี่ยงสูง อาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจในกลไกของตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือการชักชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใดๆ ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ก่อนตัดสินใจ
🎯 ฝึกฟรี ไม่ต้องใช้เงินจริง
อ่านจบแล้ว…
ลองฝึกของจริงด้วยบัญชีทดลองฟรี
✅ เงินจำลองให้ฝึก ไม่เสี่ยงเงินจริงแม้แต่บาทเดียว
✅ ตั้ง Stop Loss / Take Profit ได้ครบทุกเครื่องมือ
✅ รองรับ Micro Lot เริ่มต้นเล็กได้ตามต้องการ
ใช้เวลาสมัครไม่ถึง 2 นาที • ไม่มีค่าใช้จ่าย
ลิงก์ด้านบนเป็นลิงก์พันธมิตร (Affiliate Link) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นหากคุณสมัครผ่านลิงก์นี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ และไม่มีผลต่อความเป็นกลางของเนื้อหา




