นักเทรดไทยส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วย MetaTrader 4 เพราะเป็นโปรแกรมที่โบรกเกอร์แนะนำมานาน แต่พอเปิดบัญชีใหม่กลับเจอว่าโบรกเกอร์ให้เลือกระหว่าง MT4 กับ MT5 และหลายคนก็ไม่แน่ใจว่าควรเลือกตัวไหน
บทความนี้จะอธิบายว่า MT5 คืออะไร ต่างจาก MT4 ตรงไหนบ้างในทางปฏิบัติ ใครควรใช้ตัวไหน และข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดซึ่งหลายคนไม่รู้จนกระทั่งย้ายไปแล้วถึงเจอปัญหา
MT5 คืออะไร
MetaTrader 5 หรือ MT5 คือโปรแกรมสำหรับส่งคำสั่งซื้อขายและวิเคราะห์กราฟ พัฒนาโดยบริษัท MetaQuotes เจ้าเดียวกับที่ทำ MetaTrader 4 ออกมาก่อนหน้า
หลายคนเข้าใจว่า MT5 คือ MT4 เวอร์ชันอัปเกรด แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น MetaQuotes ไม่ได้เขียน MT5 ต่อยอดจากโค้ดเดิม แต่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับสินทรัพย์หลายประเภทมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่คู่เงินอย่างเดียว แต่รวมถึงหุ้น ฟิวเจอร์ส และสินค้าโภคภัณฑ์
ผลจากการเขียนใหม่ทั้งหมดคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องรู้ นั่นคือ ทั้งสองโปรแกรมไม่คุยกัน ไฟล์ EA อินดิเคเตอร์ และสคริปต์ที่เขียนสำหรับ MT4 จะใช้กับ MT5 ไม่ได้เลยหากไม่แก้โค้ดใหม่ เรื่องนี้เป็นจุดที่ทำให้นักเทรดจำนวนมากติดอยู่กับ MT4 มาจนถึงทุกวันนี้
MT4 กับ MT5 ต่างกันตรงไหน
ความต่างที่มีผลกับการใช้งานจริง สรุปได้ตามตารางนี้
| หัวข้อ | MT4 | MT5 |
|---|---|---|
| จำนวนไทม์เฟรม | 9 ไทม์เฟรม | 21 ไทม์เฟรม |
| อินดิเคเตอร์ในตัว | 30 ตัว | 38 ตัว |
| ประเภทคำสั่งรอ | 4 แบบ | 6 แบบ (เพิ่ม Stop Limit) |
| ระบบบัญชี | Hedging อย่างเดียว | เลือกได้ทั้ง Hedging และ Netting |
| ทดสอบระบบย้อนหลัง | ทีละคู่เงิน ใช้ CPU แกนเดียว | หลายคู่พร้อมกัน ใช้ CPU หลายแกน |
| ปฏิทินข่าวในโปรแกรม | ไม่มี | มีในตัว |
| สินทรัพย์ที่รองรับ | เน้นคู่เงินและ CFD | รวมหุ้นและฟิวเจอร์สด้วย |
| ภาษาเขียน EA | MQL4 | MQL5 (ใช้ไฟล์ร่วมกันไม่ได้) |
| จำนวน EA และอินดิเคเตอร์ในตลาด | มากกว่ามาก | น้อยกว่า แต่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ |
Hedging กับ Netting ต่างกันอย่างไร
นี่คือความต่างที่กระทบวิธีเทรดโดยตรงและมักถูกมองข้าม
บัญชีแบบ Hedging เปิดคำสั่ง Buy และ Sell ในคู่เงินเดียวกันพร้อมกันได้ แต่ละออเดอร์แยกกันชัดเจน มีจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรของตัวเอง แบบนี้คือสิ่งที่ MT4 ทำได้อย่างเดียว และเป็นแบบที่นักเทรดไทยคุ้นเคย
บัญชีแบบ Netting จะรวมทุกคำสั่งในคู่เงินเดียวกันเป็นสถานะเดียว ถ้าคุณถือ Buy 1 lot อยู่แล้วเปิด Sell 1 lot ระบบจะหักล้างกันจนเหลือศูนย์ ไม่ได้ถือสองออเดอร์สวนทางกัน วิธีนี้เป็นมาตรฐานของตลาดหุ้นและฟิวเจอร์ส
ข้อควรระวังคือ หากคุณเปิดบัญชี MT5 แบบ Netting โดยไม่รู้ตัว แล้วใช้กลยุทธ์ที่ต้องเปิดออเดอร์สวนทางกันอย่างการทำ Hedging ระบบจะไม่ทำงานอย่างที่คาดไว้ ตอนเปิดบัญชีจึงต้องดูให้ชัดว่าโบรกเกอร์ให้บัญชีแบบไหน
MT5 เร็วกว่า MT4 จริงไหม
ในแง่การประมวลผล MT5 เร็วกว่าจริงเพราะออกแบบให้ใช้ซีพียูหลายแกนพร้อมกัน จุดที่เห็นผลชัดที่สุดคือการทดสอบระบบย้อนหลัง งานที่ MT4 ใช้เวลาหลายชั่วโมง MT5 อาจเสร็จในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง และยังทดสอบหลายคู่เงินพร้อมกันได้ในรอบเดียว
แต่สำหรับการเทรดด้วยมือทั่วไป ความเร็วที่ต่างกันแทบไม่มีผล เพราะตัวแปรที่กำหนดว่าคำสั่งจะถูกจับเร็วแค่ไหนคือความเร็วเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์และคุณภาพอินเทอร์เน็ตของคุณ ไม่ใช่ตัวโปรแกรม
ถ้าคุณรันระบบอัตโนมัติและต้องการความเสถียร สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าการเปลี่ยนโปรแกรมคือการย้ายไปรันบน VPS สำหรับเทรด ซึ่งทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านทิ้งไว้
MT5 ใช้บนมือถือได้ไหม
ใช้ได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ MetaQuotes ทำแอปแยกสำหรับ Android และ iOS โดยชื่อในสโตร์คือ MetaTrader 5 ซึ่งเป็นคนละแอปกับ MetaTrader 4 ต้องดูให้ดีว่าโหลดตรงเวอร์ชันกับบัญชีที่เปิดไว้ เพราะเลข 4 กับ 5 ต่างกันแค่ตัวเดียวแต่ใช้แทนกันไม่ได้
เวอร์ชันมือถือดูกราฟ ส่งคำสั่ง แก้จุดตัดขาดทุน และติดตามสถานะได้ครบ แต่สิ่งที่ทำไม่ได้คือรัน EA เพราะระบบปฏิบัติการมือถือไม่อนุญาตให้โปรแกรมทำงานเบื้องหลังตลอดเวลา ใครที่ใช้ระบบอัตโนมัติจึงต้องรันบนคอมพิวเตอร์หรือ VPS เท่านั้น ส่วนแอปมือถือใช้สำหรับดูสถานะระหว่างวันได้
อีกจุดที่ควรรู้คือแอปมือถือติดตั้งอินดิเคเตอร์เพิ่มเองไม่ได้ ใช้ได้เฉพาะที่มีมาให้ในตัว ถ้าต้องใช้อินดิเคเตอร์เฉพาะทางต้องดูบนเครื่องคอมพิวเตอร์
หลักประกันใน MT5 อ่านอย่างไร
เวลาเปิดออเดอร์ ช่องข้อมูลด้านล่างของโปรแกรมจะแสดงตัวเลขหลายค่าที่มือใหม่มักสับสน แต่ละค่าหมายถึงคนละเรื่องกัน
- Balance คือเงินในบัญชีที่ยังไม่รวมกำไรขาดทุนของออเดอร์ที่เปิดค้างอยู่
- Equity คือเงินจริงในขณะนั้น เท่ากับ Balance บวกลบกำไรขาดทุนที่ยังไม่ปิด ตัวเลขนี้จะขยับตลอดเวลาที่ราคาเคลื่อนไหว
- Margin คือเงินที่ถูกกันไว้เป็นหลักประกันสำหรับออเดอร์ที่เปิดอยู่ ยิ่งเปิดขนาดใหญ่ยิ่งถูกกันไว้มาก
- Free Margin คือเงินที่เหลือให้เปิดออเดอร์เพิ่มได้
- Margin Level คือ Equity หารด้วย Margin คูณร้อย แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ค่านี้สำคัญที่สุดเพราะเมื่อลดลงถึงระดับที่โบรกเกอร์กำหนด ระบบจะบังคับปิดออเดอร์อัตโนมัติเพื่อไม่ให้ติดลบเกินเงินในบัญชี
โบรกเกอร์แต่ละรายกำหนดระดับบังคับปิดไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่อยู่ราว 20 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ควรอ่านเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่ให้ชัดก่อนเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ เพราะเมื่อระบบบังคับปิดแล้วจะย้อนกลับไม่ได้
แล้วควรเลือกตัวไหนดี
คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณเทรดแบบไหน
ควรใช้ MT4 ต่อ ถ้า
- คุณใช้ EA หรือ อินดิเคเตอร์ ที่เขียนด้วย MQL4 อยู่แล้ว เพราะย้ายไป MT5 ต้องหาเวอร์ชันใหม่หรือจ้างเขียนใหม่ทั้งหมด
- คุณเทรดเฉพาะคู่เงินกับทองคำ ไม่ได้ยุ่งกับหุ้นหรือฟิวเจอร์ส
- คุณคุ้นเคยกับหน้าตาโปรแกรมเดิมและไม่อยากเสียเวลาปรับตัว
ควรเลือก MT5 ถ้า
- คุณเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มี EA หรืออินดิเคเตอร์ผูกไว้กับ MT4
- คุณต้องการทดสอบระบบย้อนหลังบ่อยและอยากให้เร็วขึ้นมาก
- คุณอยากเทรดหุ้นต่างประเทศหรือฟิวเจอร์สในโปรแกรมเดียวกัน
- คุณต้องการปฏิทินข่าวและไทม์เฟรมละเอียดในตัวโดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม
สำหรับนักเทรดไทยส่วนใหญ่ที่เน้นคู่เงินและทองคำ ความจริงคือทั้งสองตัวทำงานได้ไม่ต่างกันมากในการใช้งานประจำวัน สิ่งที่กระทบผลลัพธ์มากกว่าคือ ค่าสเปรด ของโบรกเกอร์ที่เลือก และการกำหนด ขนาด Lot ให้เหมาะกับเงินทุน
ข้อควรระวังก่อนย้ายจาก MT4 ไป MT5
หากตัดสินใจย้าย มีสามเรื่องที่ต้องเตรียมใจไว้ก่อน
หนึ่ง ต้องเปิดบัญชีใหม่ บัญชี MT4 กับ MT5 เป็นคนละบัญชีกัน ใช้เลขบัญชีและรหัสร่วมกันไม่ได้ ต้องสมัครแยกกับโบรกเกอร์และโอนเงินไปบัญชีใหม่
สอง ประวัติการเทรดไม่ย้ายตาม สถิติผลการเทรดทั้งหมดใน MT4 จะไม่ถูกโอนไป MT5 ถ้าต้องการเก็บไว้วิเคราะห์ ควรบันทึกรายงานออกมาเป็นไฟล์ก่อนย้าย
สาม เครื่องมือที่ใช้อยู่อาจไม่มีเวอร์ชัน MT5 อินดิเคเตอร์ฟรีที่โหลดมาใช้และ EA ที่ซื้อไว้ ส่วนใหญ่เขียนสำหรับ MT4 ก่อนตัดสินใจย้าย ควรเช็คก่อนว่าเครื่องมือที่คุณพึ่งพามีเวอร์ชัน MT5 หรือไม่
คำแนะนำที่ปลอดภัยที่สุดคือติดตั้ง MT5 คู่ขนานกับ MT4 แล้วเปิดบัญชีทดลองใช้งานดูสักระยะก่อน ทั้งสองโปรแกรมติดตั้งบนเครื่องเดียวกันพร้อมกันได้ ไม่ตีกัน เมื่อมั่นใจแล้วค่อยย้ายบัญชีจริง
สรุป
MT5 คือโปรแกรมเทรดที่ MetaQuotes เขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เวอร์ชันอัปเกรดของ MT4 จุดเด่นคือไทม์เฟรมและอินดิเคเตอร์มากกว่า ทดสอบระบบย้อนหลังเร็วกว่ามาก มีปฏิทินข่าวในตัว และรองรับหุ้นกับฟิวเจอร์สได้
ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับคือ EA และอินดิเคเตอร์ของ MT4 ใช้กับ MT5 ไม่ได้ ทำให้คนที่มีเครื่องมือผูกไว้กับ MT4 แล้วย้ายได้ยาก สำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม เลือก MT5 ไปเลยตั้งแต่แรกจะคุ้มกว่าในระยะยาว ส่วนคนที่ใช้ MT4 อยู่และไม่ติดขัดอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องรีบย้าย
สำหรับผู้ที่ต้องการดูข้อมูลจากผู้พัฒนาโดยตรง สามารถศึกษาได้จาก เว็บไซต์ทางการของ MetaTrader 5
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือการเลือกใช้บริการใด ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจและประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
🎯 ฝึกฟรี ไม่ต้องใช้เงินจริง
อ่านจบแล้ว…
ลองฝึกของจริงด้วยบัญชีทดลองฟรี
✅ เงินจำลองให้ฝึก ไม่เสี่ยงเงินจริงแม้แต่บาทเดียว
✅ ตั้ง Stop Loss / Take Profit ได้ครบทุกเครื่องมือ
✅ รองรับ Micro Lot เริ่มต้นเล็กได้ตามต้องการ
ใช้เวลาสมัครไม่ถึง 2 นาที • ไม่มีค่าใช้จ่าย
ลิงก์ด้านบนเป็นลิงก์พันธมิตร (Affiliate Link) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นหากคุณสมัครผ่านลิงก์นี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ และไม่มีผลต่อความเป็นกลางของเนื้อหา




